‘เชียงใหม่’
เมืองท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ ที่เป็นเหมือนขุมทรัพย์ของคนรักงานดีไซน์
______________

ทั้งยังเป็นพิกัดรวมของโรงแรม ‘นอนดีมีสไตล์’ หลากหลายรูปแบบ มาฮอปปิ้งครั้งนี้ ‘HOTEL HOPPER’ ไม่พลาดที่จะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับอีกหนึ่งรีสอร์ตคาแรคเตอร์ชัด โดดเด่นด้วยงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัย นำเสนอบริบทของงานดีไซน์เปี่ยมเอกลักษณ์ เต็มไปด้วยรายละเอียดแสนดึงดูดไม่เหมือนใคร ซึ่งจะเป็นที่ไหนไม่ได้เลยนอกจาก Cross Chiang Mai Riverside Resort (ครอส เชียงใหม่ ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ต)

DESIGN STORY

01
DESIGN STORY
• • •
จากอิฐมอญ ประตูท่าแพ สู่งานสถาปัตยกรรมร่วมสมัย สะท้อนมนต์เสน่ห์เมืองเชียงใหม่ที่ไม่เหมือนใคร
______________

ท่ามกลางองค์ประกอบของธรรมชาติอันสงบงามริมสายน้ำปิง รายล้อมด้วยแมกไม้และต้นมะขามเก่าแก่อายุหลักร้อยปี เรารักตรงที่รีสอร์ตแห่งนี้ ก่อร่างภายใต้แนวคิดซึ่งทางทีมสถาปนิกต้องการรักษาสภาพแวดล้อมเดิมไว้ให้มากที่สุด ขณะเดียวกันก็ถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ของงานสถาปัตยกรรมที่สื่อถึงความเป็นเมืองเชียงใหม่ได้อย่างกลมกล่อม 

ผ่านการใช้วัสดุหลักอย่าง ‘อิฐมอญ‘ ที่ได้แรงบันดาลใจจาก ‘ประตูท่าแพ‘ มาเรียงร้อยต่อกันเป็นแนวกำแพงขนาดใหญ่ด้านหน้า และผนังอาคารกลิ่นอายโมเดิร์นอารมณ์ดิบเท่ ผสานการดีไซน์ช่องทางเดิน ประตู หน้าต่าง ด้วยรูปทรงเรขาคณิต ซึ่งเมื่อยามแสงธรรมชาติส่องผ่านเกิดเป็นมิติลูกเล่นแสงเงาสร้างความมีชีวิตชีวา เสริมบรรยากาศน่าหลงใหลขึ้นอีกเท่าตัว

LOBBY

02
LOBBY

• • •
ล็อบบี้ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของวัดอุโมงค์ได้อย่างแยบยล
______________

ภาพรวมว่าดีแล้ว การออกแบบบริบทภายในแต่ละส่วนยังน่าสนใจยิ่งกว่า ไล่เรียงตั้งแต่บริเวณ ‘ล็อบบี้’ โดดเด่นไม่เหมือนที่ไหน ด้วยการทิ้งสเปซโล่ง ๆ ลงตัวกับเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น บนเพดานเจาะช่องวงกลมได้แรงบันดาลใจจาก ‘วัดอุโมงค์‘ ผสานผนังอิฐกว้างที่ปล่อยให้แสงธรรมชาติลอดผ่าน 

แถมยังตั้งใจเจาะแนวกำแพงกรุกระจกใสให้แขกผู้มาเยือนสามารถมองเห็น ‘คอร์ตยาร์ด’ เขียวชอุ่มสุดสดชื่น ชวนให้อยากก้าวขาออกไปดื่มด่ำบรรยากาศแสนผ่อนคลาย 

ที่สำคัญบริเวณคอร์ตยาร์ดซึ่งถูกสร้างในลักษณะเหมือนมีกำแพงอิฐทึบล้อมรอบ แอบหยอดลูกเล่นด้วยการเจาะช่องสี่เหลี่ยมหลากหลายขนาด นอกจากทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างโถงล็อบบี้กับอาคารที่พักได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังช่วยกักเสียงภายนอกไม่ให้เข้าไปรบกวนภายในห้องพักอีกด้วย

POOL

03
OZONE ROOF BAR

• • •
โซนสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้พลูที่ทั้งเก๋และชิล
______________

ถัดจากคอร์ตยาร์ดเราพาคุณเดินขึ้นไปบนดาดฟ้าของตัวอาคารมาเยี่ยมชมในส่วนที่ชื่อว่า ‘OZONE ROOF BAR‘ บริเวณ ‘สระว่ายน้ำส่วนกลาง’ สระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้พลูทอดตัวยาวขนาบไปกับวิวแม่น้ำ ชวนให้ดื่มด่ำบรรยากาศอันสงบงามได้อย่างเต็มอิ่ม ถือเป็นแอเรียผ่อนคลายยอดฮิตที่เป็นหนึ่งในไฮไลท์ของรีสอร์ต โดดเด่นด้วยการออกแบบเดย์เบดซึ่งทำเป็นที่นั่งเอนกายในแนวกำแพงเคิร์ฟโค้ง สวยเก๋ แถมยังมีมุมสามารถหลบแดดช่วงกลางวันได้ด้วย

โดยในช่วงหัวค่ำยามแสงทไวไลท์บริเวณ ‘OZONE ROOF BAR’ จะเปิดไฟเหลืองนวลส่องสว่าง สะท้อนกับแผ่นน้ำซึ่งพื้นใต้สระปูกระเบื้องสะท้อนแสงวับวิบในคอนเซ็ปการออกแบบให้คุณเห็นดวงดาวได้ทั้งบนฟ้าและในสระน้ำ

ROOM

04
ROOM

• • •
เรคคอมเมนต์ห้องพักไฮไลต์ที่คุณไม่ควรพลาด
______________

พาไปชมโซนผ่อนคลายที่เป็นหนึ่งในไฮไลท์เด็ดกันแล้ว มาถึงในส่วนของ ‘ห้องพัก’ บูทีครีสอร์ตแห่งนี้มอบความสบายสุดไพรเวท ด้วยการบรรจุห้องพักทั้งหมดไว้เพียง 29 ห้อง และความพิเศษคือในทุกห้องพักเป็นรูมไทป์สวีททั้งหมด โดยครั้งนี้เราจะเช็คอินพาชม 2 ห้องพักไฮไลท์ ‘Pool Suite’ และ ‘River View Suite’

ยินดีต้อนรับสู่ห้องพักสุดเอ็กซ์คลูซีฟ
‘Pool Suite’

ยินดีต้อนรับสู่ห้องพักที่เราชอบมากสุดอย่าง ‘Pool Suite’ (แอบกระซิบมีเพียง 2 ห้องเท่านั้นนะ) โดยแอเรียภายในห้องถูกดีไซน์ให้เป็นแนวยาวเหยียดตรงจากด้านหน้าไปสู่ด้านหลัง เสิร์ฟสเปซกว้าง ๆ ถึง 177.5 ตารางเมตร แถมยังแบ่งแยกพื้นที่ใช้สอยเป็นสัดส่วนชัดเจน มีสระว่ายน้ำส่วนตัว พร้อมเดย์เบดด้านนอกให้สามารถเอนกายรีแลกซ์ระหว่างวันได้ตามต้องการ

ถัดจากโซนห้องนอนเป็นมุมพักผ่อนด้านนอกที่ชิลล์มาก มีเดย์เบดให้เอนกายรีแลกซ์ระหว่างวัน สระว่ายน้ำขนาบข้างด้วยกำแพงต้นไม้ สร้างบรรยากาศความเป็นส่วนตัว แถมห้องนี้ยังมีประตูเล็ก ๆ สามารถเดินเชื่อมต่อไปยังโซนห้องอาหารและสวนริมแม่น้ำได้ด้วย

เลย์เอาท์ภายในห้อง ถัดเข้ามาจากเตียงนอนเป็นฟังก์ชั่นห้องส่วนกลางและโซนห้องน้ำที่ตั้งอยู่ใกล้ประตูทางเข้า ห้องน้ำมีพื้นที่กว้างขวาง แถมดีไซน์สวยกลิ่นอายโมเดิร์น บรรจุอ่างสำหรับแช่ตัวเพลิน ๆ ด้วยความตั้งใจในการออกแบบให้มีลูกเล่นของแสงและเงา ไม่เว้นแม่กระทั้งห้องน้ำที่ซ่อนเทคนิคการวางตำแหน่งไฟเอาไว้ ในช่วงเวลาที่คุณแช่น้ำผ่อนคลายในอ่าง เพียงเงยหน้ามองเพดานจะเจอกับแสงไฟที่สร้างลวดลายสะท้อนของน้ำ ทำให้ไม่อึดอัดและเพิ่มความผ่อนคลายได้อีกเท่าตัว

เราพามาต่อกันที่ห้องพักวิวแม่น้ำ
River View Suite

ใครอยากดื่มด่ำกับวิวแม่น้ำในบรรยากาศที่สวยแปลกตาแนะนำ ‘River View Suite’ สำหรับรูมไทป์ประเภทนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสถึงบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ของรีสอร์ต รายล้อมด้วยแมกไม้สูงเด่น มองเห็นวิวแม่น้ำปิงได้ชัดเจน ภายในมอบความสบาย บรรจุพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางไม่แพ้กัน มีมุมโต๊ะทำงานหลังหัวเตียง แถมยังมีระเบียงชมวิวด้านนอกให้ด้วย

สำหรับห้องพัก ‘River View Suite’ ที่เราพามาเยี่ยมชม ริมระเบียงสามารถมองเห็นกลาสเฮ้าส์ที่เป็นห้องอาหารหลักของรีสอร์ตในมุมที่สวยงาม ตัดกับแมกไม้เขียวชอุ่มชวนชื่นใจ อีกส่วนที่เราชอบสำหรับห้องนี้คือมีพื้นที่ใช้สอยในห้องน้ำกว้างขวาง พร้อม Amenity ครบครัน

CAFE

05
AFTERNOON TEA

• • •
จิบชายามบ่ายในคาเฟ่สุดชิล
______________

นอกจากนี้ยังมี ‘The Library Bar & Cafe’ โซนคาเฟ่สุดชิลที่คุณสามารถหลบมานั่งทำงาน หรือรื่นรมย์ยามบ่ายกับเซ็ต ‘Afternoon Tea’ จิบชาร้อนสไตล์อังกฤษ หรือชาไทย คู่กับของว่างทั้งคาวหวานที่พร้อมเสิร์ฟมามากกว่า 17 รายการ ท่ามกลางบรรยากาศของงานสถาปัตยกรรมสวย ๆ ที่มีแสงเงาเปลี่ยนมุมมองทุกเวลา

สเปซบริเวณนี้ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ซึ่งเราสามารถมานั่งผ่อนคลาย จิบกาแฟ หลบมุมทำงาน หรือนัดประชุมมีตติ่งเล็ก ๆ ท่ามกลางบรรยากาศโปร่งสบาย แถมได้ทั้ง 2 กลิ่นอาย 2 อารมณ์ อย่างบริเวณที่นั่งด้านในให้ฟีลเหมือนคาเฟ่เก๋ ๆ ส่วนโซนที่นั่งเอาท์ดอร์ด้านนอกตั้งอยู่เคียงข้างคอร์ตยอร์ท พร้อมมอบบรรยากาศสดชื่น ผ่อนคลาย โดดเด่นด้วยการดีไซน์เพดานสูงโปร่ง ปล่อยให้ลมธรรมชาติสามารถพัดผ่อนได้ตลอดทั้งวัน

BREAKFAST

06
BREAKFAST

• • •
รีวิวมื้อเช้าสไตล์ฝรั่งเศส
______________

แดดอุ่นยามเช้า ไม่มีอะไรจะรื่นรมย์ไปกว่าการได้นั่งรับประทานอาหารอร่อย ๆ เคล้าวิวธรรมชาติอันสงบงาม โต๊ะโซนภายนอกของ ‘Oxygen Dining Room’ จัดเอาไว้ให้สามารถชมวิวทั้งแม่น้ำปิงและดอยสุเทพที่เป็นสัญลักษร์ของเมืองเชียงใหม่ทั้งคู่ (ในวันนี้เมฆหนาทำให้เห็นดอยสุเทพบางตา แต่ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ)

สำหรับ ‘อาหารเช้า’ ของรีสอร์ต บอกเลยว่าทั้งอิ่มและอร่อยที่สุดแห่งหนึ่งที่เราเคยได้ชิมมา แถมมีให้เลือกหลากหลายทั้งเมนูสไตล์ฝรั่งเศสไปจนถึงอาหารไทย ซึ่งนอกจากวัตถุดิบสุดพรีเมียมแล้ว รสชาติยังถูกปาก ขอแนะนำว่าไม่ควรพลาด ‘เซ็ตอาหารเช้าสไตล์ฝรั่งเศส’ ที่รับรองว่าคุณจะไม่เคยได้ทานอาหารเช้าแบบนี้ที่ไหนแน่นอน

คนที่อยากลองทานอาหารเช้าแสนอร่อยแบบฝรั่งเศส ขอแนะนำเป็น ‘Salmon Tartine’ เสิร์ฟ Smoke Salmon ชิ้นโต วางบนขนมปังโทสต์กรอบ ๆ หอมเนย ตัดเลี่ยนด้วย Pickled cucumber รสเปรี้ยวกรุบกรอบ หรือถ้าใครไม่อินกับแซลมอน เมนูสไตล์ Tartine ยังมีให้เลือกอีก 2 แบบ ได้แก่ ‘Chiang Mai Tartine’ หน้าไส้อั่วและน้ำพริกหนุ่ม รสเข้มข้นถูกปากคนไทย และ Cheese Tartine หน้าชีสหลากหลายชนิดที่ได้ฟีลกึ่งขนมหวานเล็ก ๆ เหมาะกับคนชอบชีสเป็นที่สุด

ส่วน ‘English Breakfast’ เสิร์ฟอาหารเช้าแบบแน่น ๆ ทั้งออมเล็ตเนื้อนุ่มเสิร์ฟพร้อมกับเครื่องเคียงแบบจัดเต็ม อาทิ เบคอน ไส้กรอก ถั่วขาว เห็ด ผัด และมันฝรั่ง แถมเรายังสามารถเลือก Adjust เครื่องเคียงในจานตามความชอบได้อีกด้วย

Salmon Tartine
Chiang Mai Tartine
English Breakfast